วิชาประกันชีวิต ชุดที่1

1) ในขณะนั้นปัญหาของตัวแทนประกันชีวิตที่เกิดขึ้นมากที่สุด คือการที่เก็บเบี้ยประกันภัยแล้วไม่ส่งเข้าบริษัท ถ้าท่านเป็นตัวแทน ประกันชีวิตที่มีความมุ่งมั่นในอาชีพท่านจะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างไร
ก) ไม่กระทำพฤติกรรมดังกล่าว
ข) มีความซื่อสัตย์ต่อผู้เอาประกันภัย บริษัทและเพื่อนร่วมอาชีพ
ค) พยายามแก้ไขภาพพจน์ ด้วยการชักชวนเพี่อนร่วมอาชีพไม่ให้กระทำพฤติกรรมดังกล่าว
ง) ถูกทุกข้อ

2) นาย ก. เป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง มีผลงานเพิ่มขึ้นทุกปี เพราะนาย ก. มีความสามารถอธิบายถึงประโยชน์ของการประกันชีวิต และสิทธิประโยชน์ที่ผู้เอาประกันภัยจะได้รับจากการทำประกันชีวิตกับท้ังยังเป็นผู้ติดตาม ให้บริการแก่ผู้เอาประกันภัยอย่างสม่ำเสมอ เพราะนาย ก. มีหลักในการทำงานที่ว่า เงินคืองานบันดาลสุข การรักษาผลประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยเป็นหน้าที่ที่สำคัญของการเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ดี นาย ก. จะกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือ ผู้เอาประกันภัย โดยแจ้งทางสถานพยาบาลให้ทำเอกสารเบิกจ่ายเงินให้เต็มที่ตามสิทธิในสัญญาประกันภัย ท่านคิดว่านาย ก.
ก) เป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ดี สมควรยึดถือเป็นตัวอย่าง
ข) เป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ดี แต่ไม่สมควรยึดถือเป็นตัวอย่าง
ค) เป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ดี เพราะช่วยรักษาผลประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย
ง) เป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ไม่ดี สมควรที่จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต

3) นาย ก. เป็นตัวแทนประกันชีวิตได้ชักชวนให้นาย ข. เพื่อนของตนทำประกันชีวิต และในใบคำขอเอาประกันชีวิต นาย ข. กรอกข้อมูลว่ามีบิดาป่วยเป็นโรคร้ายแรงระยะเริ่มต้น นาย ก. รู้ดีว่าเพื่อนผู้นี้ต้องดูแลบิดาทุกวันอย่างใกล้ชิด และเห็นว่าเพื่อนๆ ไม่รู้เรื่องการป่วยของบิดานาย ข. จึงเป็นห่วงเพื่อนคนอื่นๆ ซึ่งรับประทานอาหารกับนาย ข. ทุกวัน และกลัวว่าเพื่อนอาจมีโอกาสรับเชื้อโรคจาก นาย ข. จึงบอกกล่าวแก่เพื่อนๆ การกระทำของนาย ก. ผิดหรือถูกตามจรรยาบรรณอาชีพตัวแทน ประกันชีวิตเพราะอะไร
ก) ผิด เพราะว่าเปิดเผยความลับของผู้เอาประกันภัยต่อบุคคลภายนอก
ข) ถูก เพราะว่ามีความซื่อสัตย์และจริงใจต่อเพื่อนร่วมอาชีพ
ค) ผิด เพราะว่ามีพฤติกรรมที่ต้ังใจยั่วยุให้เกิดความรังเกียจเพื่อน
ง) ผิด จรรยาบรรณอาชีพตัวแทนประกันชีวิตตามเหตุผลที่กล่าวถึงในข้อ ก. และ ข้อ ค. รวมกัน

4) เพราะเหตุใดการเปิดเผยข้อความจริงของผู้เอาประกันภัยในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ เพื่อการพิจารณารับประกันภัยหรือเพื่อความสมบูรณ์แห่งกรมธรรม์ เป็นหนึ่งในจรรยาบรรณของตัวแทนประกันชีวิต
ก) เพราะข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญของผู้เอาประกันภัย เช่น ประวัติสุขภาพ เป็นข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการพิจารณาของบริษัทว่าจะรับประกันภัยหรือไม่และจะกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยอย่างไร
ข) การช่วยเหลือปกปิดความจริงอันเป็นสาระสำคัญของผู้เอาประกันภัยหากบริษัททราบความจริงในภายหลังอาจใช้สิทธิบอกล้างโมฆียะกรรม ทำให้ลูกค้าไม่ได้ประโยชน์จากการทำประกันชีวิต
ค) การช่วยปกปิดข้อมูล เพียงเพื่อหวังค่าบำเหน็จเป็นการไม่ซื่อสัตย์ทั้งต่อตัวแทนเองต่อผู้เอาประกันภัยและต่อบริษัทและทำลายภาพพจน์ของธุรกิจโดยส่วนรวม
ง) ถูกทุกข้อ

5) นาย ก. เป็นตัวแทนประกันชีวิต ได้ชักชวนให้นาย ข. ให้ทำประกันชีวิตที่มีทุนประกันชีวิตสูงและซื้อสัญญาเพิ่มเติมค่า รักษาพยาบาลอีกด้วยจนนาย ข. ไม่มั่นใจว่าตนสามารถจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยได้หรือไม่ อยากทราบว่าการกระทำของนาย ก. ผิดจรรยาบรรณตัวแทนประกันชีวิตอย่างไร
ก) ไม่ผิด เพราะช่วยให้นาย ข.ผู้เอาประกันภัยได้รับความคุ้มครองอย่างเพียงพอ
ข) ไม่ผิด เพราะช่วยให้กิจการของบริษัทที่ตนสังกัดเจริญเติบโต
ค) ผิด เพราะผู้เอาประกันภัยอาจไม่จำเป็นในความคุ้มครองตามที่ตัวแทนจัดหาให้
ง) ผิด เพราะให้ผู้เอาประกันภัยทำประกันเกินความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย

6) คุณสมบัติของการเป็นตัวแทนประกันชีวิตข้อหนึ่งบอกว่า ตัวแทนประกันชีวิตต้องมีความซื่อสัตย์ จริงใจต่อผู้เอาประกันภัยและ เพื่อนร่วมอาชีพ ข้อใดต่อไปนี้ที่จะแสดงให้เห็นว่า ตัวแทนประกันชีวิตมีความจริงใจในการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัย แต่ประพฤติผิดจรรยาบรรณและศีลธรรมของผู้ประกอบอาชีพตัวแทนประกันชีวิต
ก) ผู้เอาประกันภัยยังไม่มีเงินชำระเบี้ยประกันภัยงวดถัดไป จึงเสนอให้ความช่วยเหลือโดยการพาผู้เอาประกันภัยไปกู้ เงินจากบริษัท เพื่อมาชำระเบี้ยประกันภัย
ข) ไปบริการเก็บเบี้ยประกันภัยทุกงวดอย่างสม่ำเสมอ และคอยให้ความช่วยเหลือในการติดต่อกับบริษัทแทนผู้เอาประกันภัย
ค) เป็นตัวแทนประกันชีวิตที่มีอุดมการณ์ว่าต้องสร้างสรรค์สังคม และหาวิถีทางที่จะให้กลไกของการประกันชีวิตได้รับ ใช้สังคมมากที่สุด โดยการชักชวนให้ครอบครัวที่มีรายได้น้อยทำประกันชีวิตที่มีแต่ความคุ้มครองการเสียชีวิตเท่าน้ัน เนื่องจากเบี้ยประกันภัยต่ำ
ง) ผู้ขอเอาประกันชีวิตมีภาระต้องใช้เงินมากในขณะที่จะต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยงวดแรกจึงให้ความช่วยเหลือ โดยการ ลดเงินค่าบำเหน็จจากเบี้ยประกันชีวิตให้ครึ่งหนึ่งเพื่อเป็นการจูงใจให้ทำประกันชีวิต

7) นาย ก. เป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทหนึ่งจำกัด ต่อมานาย ข. ได้ชักชวนให้ย้ายบริษัทประกันชีวิตมาเป็นตัวแทนประกันชีวิต ของบริษัทสองจำกัด และ นาย ก. ได้แนะนำผู้เอาประกันภัยของบริษัทหนึ่งจำกัด ให้ยกเลิกกรมธรรม์เดิม เพื่อทำสัญญาประกัน ชีวิตใหม่กับบริษัทสองจำกัด จงพิจารณาข้อความข้างล่างนี้ ข้อใดถูกต้อง
ก) การกระทำของนาย ก. เช่นนี้ไม่ถูกต้อง เพราะผิดจรรยาบรรณอย่างร้ายแรง
ข) นาย ก. กระทำเช่นนี้ถูกต้อง เพราะเป็นการช่วยให้บริษัทสองจำกัด ขยายธุรกิจได้ดีขึ้น
ค) การกระทำของนาย ก. เช่นนี้ไม่ถูกต้อง เพราะทำให้ผู้เอาประกันภัยของบริษัทหนึ่งจำกัด เสียผลประโยชน์
ง) ถูกท้ังข้อ ก. และ ค.

8) นาย ก. และนางสาว ข. เป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง ต่อมา นาย ก. ขัดใจกับนางสาว ข. ทำให้นางสาว ข. ย้ายไปเป็นตัวแทนของบริษัทประกันชีวิตอีกบริษัทหนึ่ง วันหนึ่ง นาย ก. ได้ติดต่อขายประกันชีวิตให้กับ นาย ค. และทราบว่า นางสาว ข. ก็ได้มาติดต่อขายประกันชีวิตให้กับนาย ค. ด้วย นาย ก. จึงบอกแก่นาย ค. ว่า นางสาว ข. เป็นคนโกหกเชื่อถือไม่ได้ การ กระทำดังกล่าวถือว่าผิดจรรยาบรรณและศีลธรรมหรือไม่
ก) ไม่ผิด เพราะว่า นาย ก. กลัวว่า นาย ค. จะถูกนางสาว ข. หลอก
ข) ผิด เพราะนาย ก. พูดใส่ร้าย นางสาว ข. เป็นการกล่าวทับถมตัวแทนคนอื่น
ค) ไม่ผิด เพราะว่า นาย ก. ไม่ได้ใส่ร้าย นางสาว ข. นางสาว ข. นิสัยไม่ดีจริงๆ
ง) ผิด เพราะ นาย ก. โกรธ นางสาว ข. จึงพูดใส่ร้ายกัน

9) นางสาวชบา เป็นตัวแทนประกันชีวิต นางสาวชบา เห็นว่าการเป็นตัวแทนขายประกันชีวิตต้องพูดเก่งด้วยจึงจะสามารถจูงใจลูกค้าได้ จึงได้ชักชวนนางสาวสร้อยทองไปสมัครเรียนที่โรงเรียนฝึ กพูดแต่นางสาวสร้อยทองไม่สนใจโดยมองว่าไม่จำเป็นและเสียเวลา นางสาวชบา จึงไปสมัครเรียนโดยลำพังจนได้รับประกาศนียบัตรรับรองคุณวุฒิและมีทักษะที่ดีขึ้น จงพิจารณาว่าข้อความข้างล่างนี้ ข้อใดถูกต้องที่สุด
ก) นางสาวชบาควรสนใจวิชาการประกันภัยและรายละเอียดต่างๆ ในกรมธรรม์มากกว่าเพื่อประโยชน์ในการอธิบายให้ ผู้เอาประกันภัยเข้าใจ
ข) นางสาวชบาควรเน้นเฉพาะการศึกษารายละเอียดกรมธรรม์และเทคนิคการขาย เพื่อเป็นตัวแทนขายประกันชีวิตที่มี ประสิทธิภาพ
ค) นางสาวชบามีความคิดถูกต้องเพราะการเป็นตัวแทนฯ ต้องใช้ท้ังศาสตร์และศิลป์ตัวแทนฯจึงต้องหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ ท้ังความรู้ทางวิชาการประกันชีวิตและความรู้อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ง) นางสาวสร้อยทอง ถูกต้อง เพราะตัวแทนประกันชีวิตต้องเน้นสนใจในเรื่องเทคนิคการขาย

10) นาย ก. เป็นตัวแทนประกันชีวิตซื่งบริการลูกค้าของตนเองดีมาก แต่นาย ก. มีนิสัยเจ้าชู้ และมีภรรยาหลายคน พฤติกรรมของนาย ก. นี้ผิดจรรยาบรรณและศีลธรรมของตัวแทนประกันชีวิตหรือไม่
ก) ผิด เพราะไม่ได้ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมประเพณีอันดีงาม
ข) ไม่ผิด เพราะนาย ก. ยังให้บริการที่ดีแก่ลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ
ค) ไม่ผิด เพราะเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวต้องแยกออกจากกัน
ง) ผิด เพราะเมื่อมีพฤติกรรมเช่นนี้ ก็จะมีค่าใช้จ่ายมา อาจเป็นผลก่อให้เกิดการทุจริตในเรื่องเงินได้

11) ข้อต่อไปนี้ข้อใดคือความหมายของการเสี่ยงภัย ในแง่ของการประกันชีวิต
ก) ความเป็นไปได้ที่จะประสบอุบัติเหตุทำให้เสียชีวิต
ข) โอกาสที่จะเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเนื่องจากโรคภัยไข้เจ็บ
ค) ความเป็นไปได้ที่ทุกคนจะประสบกับการสูญเสียรายได้ในอนาคต
ง) ถูกท้ังข้อ ก. และ ข.

12) ความหมายของการประกันชีวิตคือข้อใด
ก) วิธีการร่วมกันป้องกันภัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ข) วิธีการร่วมกันเฉลี่ยภัยอันเนื่องจากการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ และทุพพลภาพ
ค) วิธีการขจัดภัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ง) วิธีการร่วมกันเฉลี่ยภัยอันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

13) บุคคลที่ต้องการความคุ้มครองในขณะเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดในช่วงเวลาส้ันๆ ควรประกันชีวิตแบบใด
ก) แบบชั่วระยะเวลา
ข) แบบตลอดชีพ
ค) แบบเงินได้ประจำ
ง) แบบสะสมทรัพย์

14) การประกันชีวิตแบบใดที่สามารถนำเบี้ยประกันภัยไปหักลดหย่อนค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้
ก) แบบสะสมทรัพย์ 20/15
ข) แบบชั่วระยะเวลา 5 ปี
ค) แบบตลอดชีพ ชำระเบี้ยประกันภัย 10 ปี
ง) ถูกท้ังข้อ ก. และ ค.

15) เงินปันผลสำหรับกรมธรรม์ชนิดมีเงินปันผลได้มาจาก
ก) อัตรามรณะที่ต่ำกว่าอัตรามรณะที่ใช้ในการคำนวณอัตราเบี้ยประกันภัย
ข) อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยคาดคะเนที่ใช้ในการคำนวณอัตราเบี้ยประกันภัย
ค) อัตราค่าใช้จ่ายที่ใช้คำนวณเบี้ยประกันภัยที่ต่ำกว่าอัตราค่าใช้จ่ายที่วางแผนไว้
ง) ถูกทุกข้อ

16) ผู้เอาประกันภัยได้ทำประกันชีวิตและซื้อสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองการเสียชีวิตและสูญเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ เมื่อผู้เอาประกันภัย ประสบอุบัติเหตุทำให้สูญเสียขาท้ัง 2 ข้าง และอีก 5 วันต่อมาก็เสียชีวิต ดังนั้นบริษัทจะจ่ายเงินให้ผู้รับประโยชน์เป็นจำนวนเงิน เท่าใด
ก) จ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยอุบัติเหตุ
ข) จ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยและจำนวนเงินเอาประกันภัยอุบัติเหตุ
ค) จ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยและ 2 เท่าของจำนวนเงินเอาประกันภัยอุบัติเหตุ เนื่องจากถ้าผู้เอาประกันภัยสูญเสีย อวัยวะตั้งแต่ 2 แห่งขึ้นไป ก็จะได้จำนวนเงินเอาประกันภัยอุบัติเหตุอีกท้ังผู้เอาประกันภัยก็มาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ดังน้ัน บริษัทจะต้องจ่าย 2 เท่าของจำนวนเงินเอาประกันภัยอุบัติเหตุรวมกับจำนวนเงินเอาประกันภัย
ง) จ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัย

17) โดยทั่วไปในสัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพนั้น บริษัทจะไม่จ่ายผลประโยชน์ให้แก่ผู้เอาประกันภัยสำหรับการรักษาพยาบาลใน ฐานะคนไข้ในโรงพยาบาล หากผู้เอาประกันภัยเจ็บป่วยภายในกำหนดกี่วันนับแต่วันทำสัญญาหรือวันต่ออายุสัญญา
ก) 15 วัน
ข) 30 วัน
ค) 60 วัน
ง) 75 วัน

18) โดยทั่วไปข้อใดต่อไปนี้ที่ทำให้การพิจารณารับประกันชีวิตกลุ่มแตกต่างจากการพิจารณารับประกันชีวิตประเภทสามัญ โดยการประกันชีวิตกลุ่ม
ก) ไม่ต้องตรวจสุขภาพของผู้เอาประกันภัย
ข) ไม่พิจารณาจำนวนเงินเอาประกันภัย
ค) ไม่พิจารณาลักษณะของงาน
ง) ถูกท้ัง ข. และ ค.

19) นาย ก. มีสุขภาพไม่สมบูรณ์ แต่บริษัทสามารถรับประกันชีวิตได้ โดยเก็บเบี้ยประกันภัยเพิ่มพิเศษต่อมา นาย ก. มีสุขภาพสมบูรณ์ แล้ว
ก) นาย ก. ต้องชำระเบี้ยประกันภัยเพิ่มพิเศษตลอดอายุสัญญา
ข) นาย ก. ไม่ต้องชำระเบี้ยประกันเพิ่มพิเศษอีก เพราะสุขภาพสมบูรณ์แล้ว
ค) นาย ก. ต้องชำระเบี้ยประกันภัยเพิ่มพิเศษจนกว่าบริษัทจะพอใจ
ง) ถูกท้ัง ก. และ ค.

20) นาย ก. ทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ 20/20 ชำระเบี่ยประกันภัยรายปี ปีละ 10,000 บาท ถ้านาย ก. จะขอชำระเบี่ยประกันภัยต่ำกว่าอัตราที่บริษัทกำหนด ได้หรือไม่
ก) ได้ เพราะกรรมการบริษัทให้ความยินยอม
ข) ได้ เพราะตัวแทนประกันชีวิตยินยอมลดเบ้ียประกันชีวิตให้
ค) ไม่ได้ เพราะบริษัทต้องขายตามอัตราเบี่ยประกันภัยท่ีได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน
ง) ไม่ได้ เพราะตัวแทนประกันชีวิตจะได้ค่าบำเหน็จน้อยลง


ชื่อของผู้เข้าสอบ



หัวข้อวิชาสอบ