วิชาประกันชีวิต ชุดที่4

1) นาย ก. กรอกใบคำขอเอาประกันชีวิต โดยแจ้งว่ามีสุขภาพแข็งแรงและไม่เคยเจ็บป่วยจนต้องพบแพทย์ แต่ความจริง นาย ก. เป็นโรคความดันโลหิตสูงและต้องพบแพทย์เป็นประจำ ต่อมาไม่ถึงปี นาย ก. ได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง บริษัทประกันชีวิต จะต้องจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้ผู้รับประโยชน์ของ นาย ก. หรือไม่
ก) จ่าย เนื่องจากสัญญาประกันชีวิตได้เกิดขึ้นแล้วไม่อาจบอกเลิกได้
ข) จ่าย เนื่องจาก นาย ก. เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง
ค) ไม่ต้องจ่าย เนื่องจาก นาย ก. แถลงข้อความเท็จที่มีสาระสำคัญ
ง) ไม่ต้องจ่ายและสามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับประโยชน์ได้ด้วย

2) ประโยชน์ของการประกันชีวิต คือ
ก) ช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
ข) เป็นหลักประกันให้แก่ครอบครัว
ค) ช่วยลดความเสี่ยงไม่ให้ธุรกิจต้องประสบปัญหาในการดำเนินงาน
ง) ถูกทุกข้อ

3) นาย ก. ทำประกันชีวิต ประเภทอุตสาหกรรม ท าสัญญาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2540 ชำระเบี้ยประกันภัยรายเดือน เดือนละ 500 บาท จำนวนเงินเอาประกันภัย 50,000 บาท จำนวนเงินเอาประกันภัยอุบัติเหตุ 50,000 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2540 นาย ก. เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุโดย นาย ก. ยังไม่ได้ชำระเบี้ยประกันภัยงวดวันที่ 1 มิถุนายน 2540 ผู้รับประโยชน์จะได้รับเงิน หรือไม่
ก) ผู้รับประโยชน์จะได้รับจำนวนเงินเอาประกันภัย 50,000 บาท หักด้วยเบี้ยประกันภัย 2 เดือน เพราะอยู่ในช่วงระยะเวลาผ่อนผัน
ข) ผู้รับประโยชน์จะได้รับจำนวนเงินเอาประกันภัยอุบัติเหตุ 50,000 บาท หักด้วยเบี้ยประกันภัย 2 เดือน เพราะอยู่ในช่วงระยะเวลาผ่อนผัน
ค) ผู้รับประโยชน์ได้รับจำนวนเงินเอาประกันภัย 50,000 บาท และจำนวนเงินเอาประกันภัยอุบัติเหตุ 50,000 บาท หักด้วยเบี้ยประกันภัย 2 เดือน เพราะอยู่ในช่วงระยะเวลาผ่อนผัน
ง) ผู้รับประโยชน์จะไม่ได้รับจำนวนเงินเอาประกันภัย เพราะยังไม่ได้ชำระเบี้ยประกัน

4) การประกันชีวิตแบบใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับการประกันวินาศภัยมากที่สุด
ก) แบบสะสมทรัพย์
ข) แบบชั่วระยะเวลา
ค) แบบตลอดชีพ
ง) แบบบำนาญ

5) การประกันชีวิตชนิดมีเงินปันผล และชนิดไม่มีเงินปันผล มีลักษณะที่แตกต่างกันคือ
ก) ระยะเวลาของการชำระเบี้ยแตกต่างกัน
ข) ระยะเวลาคุ้มครองแตกต่างกัน
ค) จำนวนเงินเอาประกันภัยแตกต่างกัน
ง) อัตราเบี้ยประกันภัยแตกต่างกัน

6) สัญญาประกันภัยอุบัติเหตุและทุพพลภาพ จะสิ้นสุดความคุ้มครองเมื่อใด
ก) ผู้เอาประกันภัยตกเป็นบุคคลทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวรและได้รับเงินค่าชดเชยการทุพพลภาพไปแล้ว
ข) ผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 60 ปี บริบูรณ์ หรือตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
ค) ขาดชำระเบี้ยประกันอุบัติเหตุและทุพพลภาพ
ง) ถูกท้ังข้อ ก. ข. และ ค.

7) นาย ก. ซื้อสัญญาเพิ่มเติมค่ารักษาพยาบาลและศัลยกรรม โดยมีค่าห้องและค่าอาหาร 500 บาทต่อวัน (สูงสุดไม่เกิน 45 วัน) และสัญญาเพิ่มเติมค่าชดเชยพยาบาลรายวันในกรณีผู้ป่ วยในจำนวน 1,000 บาทต่อวัน(สูงสุดไม่เกิน 365 วัน) แนบกับสัญญา ประกันชีวิต ต่อมา นาย ก. เจ็บป่วยและต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลในฐานะคนไข้ในเป็นระยะเวลา 30 วัน ในกรณีนี้บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์ให้แก่ นาย ก. เป็นจำนวนใด
ก) 15,000 บาท
ข) 30,000 บาท
ค) 45,000 บาท
ง) 60,000 บาท

8) นาย ก. เป็นลูกหนี้ นาย ข. นาย ก. เอาประกันชีวิต นาย ข. ท่านว่าบริษัทจะพิจารณารับประกันชีวิตได้หรือไม่
ก) ได้แต่ นาย ข. ต้องตรวจสุขภาพก่อน
ข) ไม่ได้ เพราะไม่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต
ค) ได้ แต่ นาย ข. ต้องแถลงข้อความจริงในใบคำขอเอาประกันชีวิต
ง) ไม่ได้ เพราะไม่มีส่วนได้เสียในเหตุที่เอาประกันภัย

9) นาย ก. มีสุขภาพไม่สมบูรณ์ แต่บริษัทสามารถรับประกันชีวิตได้ โดยเก็บเบี้ยประกันภัยเพิ่มพิเศษต่อมา นาย ก. มีสุขภาพสมบูรณ์แล้ว
ก) นาย ก. ต้องชำระเบี้ยประกันภัยเพิ่มพิเศษตลอดอายุสัญญา
ข) นาย ก. ไม่ต้องชำระเบี้ยประกันภัยเพิ่มพิเศษอีก เพราะสุขภาพสมบูรณ์แล้ว
ค) นาย ก. ต้องชำระเบี้ยประกันภัยเพิ่มพิเศษจนกว่าบริษัทจะพอใจ
ง) ถูกท้ัง ก. และ ค.

10) นาย ก. ทำประกันชีวิตประเภทสามัญแบบสะสมทรัพย์ 20/14 และซื้อสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองอุบัติเหตุจากการเสียชีวิต ดังน้ัน นาย ก. ต้องชำระเบี้ยประกันภัยอย่างไร
ก) เบี้ยประกันชีวิตพร้อมเบี้ยประกันอุบัติเหตุ ต้ังแต่ปี 1-14
ข) เบี้ยประกันชีวิตพร้อมเบี้ยประกันอุบัติเหตุ ต้ังแต่ปี 1-20
ค) เบี้ยประกันชีวิตต้ังแต่ปี 1-14 และเบี้ยประกันอุบัติเหตุ ต้ังแต่ปี 1-20
ง) เบี้ยประกันชีวิตต้ังแต่ปี 1-14

11) ตารางมรณะไทยที่บริษัทใช้ในการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยมาจาก
ก) อัตรามรณะของผู้เอาประกันชีวิตที่แยกตามสาเหตุการเสียชีวิต
ข) อัตรามรณะของประชากรที่แยกตามอายุต่างๆ
ค) อัตรามรณะของผู้เอาประกันชีวิตที่แยกตามเพศและอายุ
ง) อัตรามรณะของผู้เอาประกันชีวิตที่แยกตามอาชีพ

12) นาย ก. ทำประกันชีวิตประเภทสามัญ แบบสะสมทรัพย์ 21/21 ในขณะที่กรมธรรม์มีผลบังคับ 12 ปี นาย ก. ได้แปลงกรมธรรม์ เป็นการประกันภัยแบบขยายเวลาได้ 9 ปี และมีเงินสะสมทรัพย์ท่ีแท้จริง เหลือจำนวนหนึ่ง อีก 6 ปี ต่อมา นาย ก. เสียชีวิต ผู้รับประโยชน์ของ นาย ก. จะได้รับเงินเท่าใด
ก) ไม่ได้รับเงินเลย
ข) ได้รับจำนวนเงินเอาประกันภัย
ค) ได้รับจำนวนเงินเอาประกันภัยครึ่งหนึ่ง พร้อมรับเงินสะสมทรัพย์ที่แท้จริง
ง) ได้รับจำนวนเงินเอาประกันภัย พร้อมรับเงินสะสมทรัพย์ที่แท้จริง

13) ผู้รับประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยรายหนึ่งได้ไปติดต่อขอรับเงินกรณีผู้เอาประกันภัยถึงแก่กรรมปรากฏว่าบริษัทได้แจ้งว่า กรมธรรม์สิ้นสุดระยะเวลาขยายไปแล้ว 3 เดือน บริษัทไม่ต้องจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้ หมายความว่า
ก)ผู้เอาประกันภัยได้เวนคืนกรมธรรม์ขอรับเงินสดคืนไปเป็ นเวลา 3 เดือนแล้ว
ข)ผู้เอาประกันภัยได้เปลี่ยนกรมธรรม์เป็นแบบใช้เงินสำเร็จและสิ้นสุดระยะเวลาคุ้มครองไปแล้ว 3 เดือน
ค)ผู้เอาประกันภัยได้เปลี่ยนแปลงกรมธรรม์เป็นแบบขยายเวลา และสิ้นสุดระยะเวลาคุ้มครองไปแล้ว 3 เดือน
ง)ผู้เอาประกันภัยขาดชำระเบี้ยประกันภัยเกินระยะเวลาผ่อนผันไปแล้ว 3 เดือน

14) การประกันชีวิตประเภทสามัญ ในขณะที่กรมธรรม์มีผลบังคับ ได้มีการกำหนดระยะเวลาที่บริษัทสามารถใช้สิทธิโต้แย้ง หรือ คัดค้านความไม่สมบูรณ์ของสัญญาได้ภายในกี่ปี นับแต่วันทำสัญญาประกันภัย
ก) ½ ปี
ข) 1 ½ ปี
ค) 1 ปี
ง) 2 ปี

15) ในขณะท่ีกรมธรรม์ยังมีผลบังคับ ผู้เอาประกันภัยต้องการกู้เงินจากบริษัท ผู้เอาประกันภัยสามารถใช้สิทธิในการกู้เงิน จากบริษัท เมื่อ
ก) ยื่นความจำนงต่อบริษัทได้ทุกเวลา
ข) ผู้รับประโยชน์ใช้สิทธิในการกู้เงินจากบริษัท
ค) กรมธรรม์มีมูลค่าเวนคืนเงินสด โดยกู้เงินได้ไม่เกินจำนวนเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ขณะน้ัน
ง) บริษัทยินยอม

16) ถ้าผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต ผู้รับประโยชน์จะต้องแจ้งให้บริษัททราบภายในกี่วันนับแต่วันเสียชีวิต
ก) 7 วัน
ข) 10 วัน
ค) 14 วัน
ง) 30 วัน

17) ข้อต่อไปนี้ข้อใดถูก
ก) การใช้สิทธิในกรมธรรม์หากมอบอำนาจให้ผู้อื่นแล้ว ถือว่าเป็นของผู้รับประโยชน์
ข) การใช้สิทธิในกรมธรรม์เมื่อมอบอำนาจให้บุคคลอื่นผู้เอาประกันภัยต้องทำเป็นหนังสือแจ้งบริษัทและได้รับความยินยอมจากบริษัท
ค) การใช้สิทธิในกรมธรรม์เป็นของผู้เอาประกันภัยแต่ผู้เดียว ซึ่งไม่สามารถทำการมอบสิทธิในกรมธรรม์และการใช้สิทธินั้นให้ใคร
ง) ข้อ ก. และ ข. ถูกต้อง

18) ข้อต่อไปนี้ ข้อใดมีผลต่อการพิจารณารับประกันชีวิต
ก) ผู้เอาประกันภัย
ข) ผู้รับประโยชน์
ค) ข้อมูลในใบคำขอเอาประกันชีวิต
ง) ถูกทุกข้อ

19) ถ้านางสาว ก. ชำระเบี้ยประกันภัยคร้ังสุดท้ายเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2537 และมาขอแปลงกรมธรรม์เป็นการประกันภัยแบบขยายเวลา เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2538 นางสาว ก. จะได้รับความคุ้มครองดังน้ี
ก) มรณกรรมภายใน 6 ปี 327 วัน ได้รับเงิน 100,000 บาท
ข) มรณกรรมภายใน 6 ปี 327 วัน ได้รับเงิน 100,000 บาท ถ้ามรณกรรมด้วยอุบัติเหตุได้รับเงินเพิ่มอีก 100,000 บาท
ค) มรณกรรมภายใน 6 ปี 327 วัน ได้รับเงิน 100,000 บาท มีชีวิตรอดอยู่จนครบกำหนดสัญญา ได้รับเงิน 100,000 บาท
ง) มรณกรรมภายใน 6 ปี 327 วัน ได้รับเงิน 100,000 บาท ถ้ามรณกรรมด้วยอุบัติเหตุได้รับเงินเพิ่มอีก 100,000 บาท มีชีวิต รอดอยู่จนครบกำหนดสัญญา ได้รับเงิน 100,000 บาท

20) ถ้า นางสาว ก. ชำระเบี้ยประกันภัย ราย 6 เดือน โดยชำระเบี้ยประกันภัยครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2539 และ นางสาว ก. มาขอเวนคืนกรมธรรม์เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2539 นางสาว ก. จะได้รับเวนคืนเท่าไร
ก) 8,900 บาท
ข) 10,950 บาท
ค) 7,000 บาท
ง) 28,800 บาท

ใช้ตอบคำถามข้อ19-20
ตารางมูลค่ากรมธรรม์ประกันภัย แบบสะสมทรัพย์ 25/25 ปี อายุ 20 ปี
ต่อจำนวนเงินเอาประกันภัย 1,000 บาท

ชื่อของผู้เข้าสอบ



หัวข้อวิชาสอบ