081-664-2378
Phone Number
nichaphack@gmail.com
Email Address
am15492
ID Line
1) นายสนธยาอายุ 18 ปี ตาบอดตั้งแต่กำเนิด นายสนธยาสามารถจะเป็นตัวแทนประกันชีวิตได้หรือไม่ ก) ไม่ได้ เพราะพิการตาบอดจึงขาดคุณสมบัติ ข) ไม่ได้ เพราะยังไม่บรรลุนิติภาวะ ค) ได้ หากผ่านการสอบความรู้เกี่ยวกับการประกันชีวิต ง) ได้ หากผู้ปกครองยินยอม 2) การยื่นคำขอต่อใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต ผู้ขอต้องยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตตามแบบที่ผู้ใดกำหนด ก) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ข) ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ค) ปลัดกระทรวงการคลัง ง) นายทะเบียน 3) บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดล่วงหน้าให้แก่บุคคลใดเป็นค่านายหน้าหรือค่าตอบแทนสำหรับงานที่จะทำให้แก่ บริษัทได้หรือไม่ ก) ไม่ได้ เพราะ พระราชบัญญัติประกันชีวิตห้ามไว้ ข) ไม่ได้ เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน ค) ได้ เพราะ พระราชบัญญัติประกันชีวิตไม่ได้ห้ามไว้ ง) ไม่ได้ เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 4) ตามพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติประกันชีวิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 ได้กำหนด คุณสมบัติในเรื่องของผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตอย่างไร ก) ต้องมีอายุ 15 ปี ข) ต้องมีอายุ 18 ปี บริบูรณ์ ค) บรรลุนิติภาวะ ง) ไม่มีข้อใดถูก 5) ตัวแทนประกันชีวิตที่ถูกนายทะเบียนสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต อาจยื่นอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนได้ภายใน กำหนดเวลากี่วัน ก) 15 วัน นับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่ง ข) 30 วัน นับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่ง ค) 60 วัน นับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่ง ง) 90 วัน นับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่ง 6) ผู้ใดเป็นผู้กำหนดแบบคำขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต ก) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ข) ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ค) ปลัดกระทรวงการคลัง ง) นายทะเบียน 7) ผู้ใดหากประสงค์จะเป็นตัวแทนประกันชีวิต จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องสอบความรู้เกี่ยวกับการประกันชีวิต ก) ผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาเอก และศึกษาวิชาประกันชีวิตไม่น้อยกว่า 6 หน่วยกิต ข) ผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาโท และศึกษาวิชาประกันชีวิตไม่น้อยกว่า 10 หน่วยกิต ค) ผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี และศึกษาวิชาประกันชีวิตไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต ง) ถูกทุกข้อ 8) นาย ก. ทำประกันชีวิตไว้กับบริษัท ข. โดยมีนาย ค. เป็นผู้รับประโยชน์ เมื่อนาย ก. เสียชีวิต นาย ค. ผู้รับประโยชน์มีสิทธิได้รับการ ใช้เงินจากบริษัทตามกรมธรรม์ประกันชีวิตของนาย ก. แต่นาย ค. มิได้ใช้สิทธิเรียกร้องดังกล่าวจากบริษัท ข. จนล่วงพ้นอายุความแล้ว บริษัท ข. จะทำอย่างไรกับเงินดังกล่าว ก) ให้บริษัท ข. เก็บเงินดังกล่าวไว้ เพื่อเป็นทุนสำรองในการจ่ายให้กับผู้เอาประกันภัยรายอื่นๆ ข) ให้บริษัท ข. นำส่งเงินดังกล่าวเข้ากองทุนภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ครบกำหนดอายุความ ค) ให้บริษัท ข. นำส่งเงินดังกล่าวเข้าสมาคมประกันชีวิตไทย ง) ให้บริษัท ข. นำส่งเงินดังกล่าวเข้าสมาคมประกันวินาศภัย 9) นายสมพงษ์ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท ก. จำกัด และบริษัท ข. จำกัด นายสมพงษ์ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท ค. จำกัด อีกบริษัทหนึ่ง ดังนั้นนายสมพงษ์จะต้องปฏิบัติอย่างไร ก) ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท ค. จำกัด ข) ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท ค. จำกัด พร้อมหนังสือแสดงความต้องการของบริษัท ค. จำกัด ค) ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท ค. จำกัด พร้อมหนังสือแสดงความต้องการของบริษัท ค. จำกัด พร้อมด้วยหนังสือให้ความยินยอมของบริษัท ก. จำกัดและบริษัท ข. จำกัด ง) ถูกทุกข้อ 10) ในกรณีที่บริษัทออกกรมธรรม์ประกันภัย โดยที่แบบหรือข้อความในกรมธรรม์น้ัน มิได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนผู้เอาประกันภัยมีสิทธิเลือกปฏิบัติได้ ดังนี้ ก) ให้บริษัทรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทออกให้ ข) บอกเลิกสัญญาประกันภัย ค) ให้บริษัทคืนเบี้ยประกันภัยท้ังหมด ง) ถูกทุกข้อ 11) นาง ก. และนางสาว ข. เป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท หนึ่งประกันชีวิต จำกัด เรื่องปรากฏว่า นาย ค. ได้ทำประกันชีวิตไว้ กับนาง ก. ต่อมานาง ก. ไม่มาให้บริการนาย ค. ต่อมานางสาว ข. ได้พบกับนาย ค. และได้บริการนาย ค. แทนนาง ก. เป็นอย่างดี ต่อมานาย ค. เห็นว่านางสาว ข. เป็นคนดีและได้บริการตนมานานจึงคิดตอบแทนนางสาว ข. โดยการทำประกันชีวิตกับ นางสาว ข. อีกกรมธรรม์หนึ่ง และนางสาว ข. ก็รับทำประกันภัยให้ ดังนั้น การกระทำของนางสาว ข. ถือว่าผิดจรรยาบรรณต่อเพื่อนร่วมอาชีพหรือไม่ ก) ผิด เพราะนางสาว ข. ได้ประโยชน์จากลูกค้าของตัวแทนคนอื่น ข) ผิด เพราะนางสาว ข. แย่งลูกค้าของนาง ก. ซึ่งทำงานอยู่บริษัทเดียวกัน ค) ผิด เพราะนาย ค. ขอทำประกันภัยกับนางสาว ข. เอง ง) ไม่ผิด เพราะการกระทำท้ังหมดของนางสาว ข. มิได้เป็นการแย่งลูกค้าเลย 12) ในฐานะที่ท่านเป็นตัวแทนประกันชีวิต ท่านควรจะแนะนำผู้เอาประกันภัย อย่างไร ก) แนะนำให้ผู้เอาประกันภัยเข้าใจถึงเงื่อนไขและผลประโยชน์ที่จะได้รับก่อนลงชื่อในใบคำขอทำประกันชีวิต ข) แนะนำให้ผู้เอาประกันภัยทำประกันชีวิต โดยมีจำนวนเงินเอาประกันชีวิตที่สูงมากเพื่อจะได้ประโยชน์สูงสุด ค) แนะนำให้ผู้เอาประกันภัยเข้าใจว่า ตัวแทนประกันชีวิตเป็นผู้ต้องรับผิดชอบในการเก็บเบี้ยประกันชีวิตทุกงวด ง) ถูกทุกข้อ 13) นาย ก. เป็นตัวแทนประกันชีวิตขายประกันชีวิตให้กับ นางสาว ข. ซึ่งอยู่ข้างบ้านและเป็นเจ้าของร้านขายอาหาร จึงทำให้ นาย ก. ทราบว่า นางสาว ข. เคยป่วยเป็นวัณโรค แต่หายขาดมาปีกว่าแล้ว นาย ก. ได้บอกเรื่องดังกล่าวแก่ภรรยาและภรรยา นาย ก. ได้บอกเพื่อนบ้านในบริเวณเดียวกันให้ทราบเรื่องที่นางสาว ข. เคยป่วยเป็นวัณโรค ทำให้เพื่อนบ้านรังเกียจ ขายอาหาร ได้ไม่ดีการกระทำเช่นนี้ของ นาย ก. ผิดจรรยาบรรณและศีลธรรมหรือไม่ ก)ผิด เพราะนำความลับของผู้เอาประกันภัยไปเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก ข)ผิด เพราะทำให้ นางสาว ข. ประกอบอาชีพไม่ได้ อาจทำให้ไม่มีเงินส่งเบี้ยประกันภัย กรมธรรม์ประกันภัยจะขาดผลบังคับ ค)ไม่ผิด เพราะ นาย ก. แค่เล่าให้ภรรยาฟังเพื่อให้ระมัดระวังในการซื้ออาหาร ง)ไม่ผิด เพราะ นาย ก. กับภรรยาตามกฎหมายถือว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน ไม่ใช่บุคคลภายนอก 14) เพราะเหตุใดการเปิดเผยข้อความจริงของผู้เอาประกันภัยในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ เพื่อการพิจารณารับประกันภัยหรือเพื่อความ สมบูรณ์แห่งกรมธรรม์ เป็นหนึ่งในจรรยาบรรณของตัวแทนประกันชีวิต ก) เพราะข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญของผู้เอาประกันภัย เช่น ประวัติสุขภาพ เป็นข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการพิจารณาของ บริษัทว่าจะรับประกันภัยหรือไม่ และจะกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยอย่างไร ข) การช่วยเหลือปกปิดความจริงอันเป็นสาระสำคัญของผู้เอาประกันภัย หากบริษัททราบความจริงในภายหลังอาจใช้สิทธิ บอกล้างโมฆียะกรรม ทำให้ลูกค้าไม่ได้ประโยชน์ จากการทำประกันชีวิต ค) การช่วยปกปิดข้อมูล เพียงเพื่อหวังค่าบำเหน็จเป็นการไม่ซื่อสัตย์ท้ังต่อตัวแทนเองต่อผู้เอาประกันภัยและต่อบริษัท และ ทำลายภาพพจน์ของธุรกิจโดยส่วนรวม ง) ถูกทุกข้อ 15) “นาย ก. ทำประกันชีวิตโดยการชักชวนของตัวแทนประกันชีวิต ซึ่งเป็นญาติกันด้วยความเกรงใจแม้ว่าตัวแทนประกันชีวิตจะ ทราบว่านาย ก. ยังมีภาระรับผิดชอบค่าใช้จ่ายประจำอื่นๆ อีกมากในฐานะหัวหน้าครอบครัว และสามารถจ่ายเบี้ยประกันภัยได้ เพียงปี ละ 5,000 บาทเท่านั้น แต่ตัวแทนประกันชีวิตบอกกับนาย ก. ว่าการทำประกันชีวิตเหมือนกับการฝากเงินไว้กับธนาคาร เมื่อครบกำหนดระยะเวลาประกันภัยก็จะได้เงินคืนหรือเมื่อนาย ก. เกิดปัญหาด้านการเงินก็สามารถขอถอนเบี้ยประกันภัยคืนได้ แต่ได้เงินน้อยกว่าที่นาย ก. ได้จ่ายไปจึงให้นาย ก. ทำประกันภัย โดยจ่ายเบี้ยประกันภัย 10,000 บาท ตามคำแนะนำของตัวแทน ประกันชีวิต” ท่านคิดว่าตัวแทนประกันชีวิตคนนี้ขาดจรรยาบรรณข้อใด ก) เสนอลดค่าบำเหน็จเพื่อจูงใจให้เอาประกันชีวิต ข) แนะนำให้ผู้เอาประกันภัยทำประกันชีวิตเกินความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย ค) ไม่ดำรงไว้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรี ง) ไม่มีข้อใดถูก 16) นาย ก. เป็นตัวแทนประกันชีวิตชักชวน นาย ข. ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทให้ทำประกันชีวิต ถึงแม้จะเป็นเพื่อนสนิท นาย ก. ก็มิได้ลดค่าบำเหน็จให้กับ นาย ข. แต่ นาย ก. ได้นำเงินบำเหน็จดังกล่าวไปใช้จ่ายส่วนตัว ท่านคิดว่า นาย ก. ทำผิดจรรยาบรรณหรือไม่ ก) ไม่ผิด เพราะไม่ได้ลดค่าบำเหน็จเพื่อจูงใจให้ทำประกันชีวิต ข) ผิด เพราะไม่ได้ทำให้ นาย ข. เสียประโยชน์ ค) ผิด เพราะถ้านาย ก. ลดค่าบำเหน็จให้นาย ข. นอกจากจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่นาย ข. ยังเป็นการช่วยเพื่อนอีกด้วย ง) ผิด เพราะอาจทำให้กรมธรรม์ขาดผลบังคับ ถ้าหากผู้เอาประกันภัยไม่ชำระเบี้ยประกันภัย 17) นาย ก. ได้ทำประกันชีวิตกับบริษัท หนึ่ง จ ากัด ต่อมาตนเองได้ไปเป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท สอง จำกัด และจะทำประกันชีวิตกับบริษัท สอง จำกัด จึงยกเลิกกรมธรรม์ของบริษัท หนึ่ง จำกัด การกระทำเช่นนี้ นาย ก. ผิดจรรยาบรรณหรือไม่ ก) ไม่ผิด เพราะนาย ก. คิดเอง ทำเอง ไม่มีใครแนะนำ ข) ไม่ผิด เพราะนาย ก. ไม่มีความสามารถส่งเบี้ยประกันภัยได้ท้ังหมด ค) ไม่ผิด เพราะไม่ได้เป็นการแนะผู้เอาประกันภัยยกเลิกกรมธรรม์เดิมเพื่อซื้อกรมธรรม์ใหม่ ง) ไม่มีข้อใดถูก 18) นาย ก. มาเสนอขายประกันชีวิตกับนาย ข. ปรากฏว่า นาย ข. ได้รับการเสนอขายประกันชีวิตจากนาย ค. ตัวแทนประกันชีวิต อีกบริษัทหนึ่งอยู่แล้ว ดังน้ัน นาย ก. จะให้ข้อเสนอแนะต่อนาย ข. อย่างไร ก) เสนอขายประกันชีวิตของบริษัทนาย ก. เพื่อที่นาย ข. จะได้นำไปเปรียบเทียบที่ นาย ค. ได้เสนอขายมาแล้วว่าอย่างใดจะ ให้ประโยชน์ต่อตนมากกว่ากัน ข) นาย ก. สามารถเสนอแนะนาย ข. ได้เลยว่า กรมธรรม์ของบริษัทตนให้ประโยชน์กว่ากรมธรรม์ของบริษัทนาย ค. อย่างแน่นอน ค) นาย ก. เสนอแนะ นาย ข. ว่าบริษัทที่นาย ค. สังกัดอยู่ไม่ค่อยมั่นคงนัก หากซื้อประกันชีวิตไปอาจต้องเสียใจภายหลัง ง) นาย ก. เสนอแนะ นาย ข. ว่าบริษัทที่นาย ค. สังกัดเป็นตัวแทนประกันชีวิตอยู่มักเลือกตัวแทนฯอย่างไม่พิถีพิถัน หากจะ ซื้อประกันชีวิตควรจะต้องคำนึงถึงข้อนี้ 19) บริษัทประกันภัยแห่งหนึ่งมักเพิ่มจำนวนตัวแทนประกันชีวิตเพื่อขยายธุรกิจ โดยไม่มีการอบรมตัวแทนประกันชีวิตให้เพิ่มพูน ความรู้ เพราะเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่ได้รับผลตอบแทนไม่มากนัก สำหรับท่านมีความคิดเห็นอย่างไร ก) เห็นด้วย เพราะการเสียค่าใช้จ่ายในการเพิ่มตัวแทน คุ้มค่ากว่าการอบรมเพิ่มพูนความรู้ ข) เห็นด้วย เพราะการจัดอบรมสัมมนาตัวแทนประกันชีวิต นอกจากการเสียค่าใช้จ่ายแล้วยังเสียเวลาการขายประกันชีวิต อีกด้วย ค) ไม่เห็นด้วย เพราะหากตัวแทนประกันชีวิตมีความรอบรู้แล้ว จะสามารถให้ข้อแนะนำต่อผู้ทำประกันชีวิตอันมีผล สืบเนื่องถึงชื่อเสียงและการขยายธุรกิจของบริษัทในอนาคต ง) ไม่เห็นด้วย เพราะตัวแทนประกันชีวิตจะไม่ได้รับวิธีการใหม่ๆ ในการขยายตลาด 20) นาย ก. เป็นตัวแทนประกันชีวิต ได้เก็บเบี้ยประกันภัยจาก นาย ข. เพื่อนำส่งแก่บริษัท แต่เนื่องจากยังอยู่ในช่วงระยะผ่อนผัน ชำระเบี้ยประกันภัย จึงได้นำเงินเบี้ยประกันของ นาย ข. ไปใช้ก่อน และเมื่อใกล้ถึงกำหนดจึงจะได้จะนำเงินนั้นส่งบริษัท การกระทำของ นาย ก. ผิดจรรยาบรรณหรือไม่ ก) ผิดจรรยาบรรณ เพราะนาย ก. เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ข) ผิดจรรยาบรรณ เพราะไม่ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมประเพณีอันดีงาม ค) ไม่ผิดจรรยาบรรณ เพราะ เมื่อถึงกำหนด นาย ก. ก็ได้นำเงินไปชำระแก่บริษัท ง) ไม่ผิดจรรยาบรรณ เพราะ ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใด ชื่อของผู้เข้าสอบ